เทคนิคการคูณเลขเร็ว
การคูณง่ายกว่าที่คิด
ที่มา https://www.youtube.com/watch?v=QxJuVEQR3cs
จำสูตรคูณทุกคู่อย่างเป็นอิสระต่อกัน
ปัจจัยแรกที่ช่วยให้คูณเลขเร็วคือการจำสูตรคูณแต่ละคู่ได้อย่างแม่นยำ และจำแต่ละคู่อย่างเป็นอิสระต่อกัน สามารถเรียกใช้ได้ทันที เช่น ต้องการคำตอบของ 8 x 6 ต้องบอกคำตอบได้ทันทีว่า 48
นักเรียนที่ท่องสูตรคูณแบบเรียงลำดับ เมื่อถึงเวลานำมาใช้ไม่สามารถเข้าถึงคู่ที่ต้องการได้ทันที ต้องไล่เรียงตามลำดับตั้งแต่คู่แรกจนถึงคู่ที่ต้องการ เช่น ต้องการหาคำตอบของ 8 x 6 ต้องไล่ตั้งแต่
8 x 2 = 16
8 x 3 = 24
8 x 4 = 32
8 x 5 = 40
จนถึง 8x6 = 48 จึงจะได้ผลคูณเป็น 48
การท่องสูตรคูณในลักษณะนี้ แม้จำสูตรคูณได้ทั้งหมดก็ไม่ช่วยให้คูณเลขได้เร็ว เพราะไม่สามารถเข้าถึงคู่ที่ต้องการได้ทันที หากต้องการคูณเลขเร็วสิ่งแรกที่ต้องทำคือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจำสูตรคูณ โดยฝึกจำสูตรคูณเป็นคู่ ๆ อย่างเป็นอิสระต่อกัน สามารถเข้าถึงได้ทันที
นักเรียนที่ท่องสูตรคูณแบบเรียงลำดับ เมื่อถึงเวลานำมาใช้ไม่สามารถเข้าถึงคู่ที่ต้องการได้ทันที ต้องไล่เรียงตามลำดับตั้งแต่คู่แรกจนถึงคู่ที่ต้องการ เช่น ต้องการหาคำตอบของ 8 x 6 ต้องไล่ตั้งแต่
8 x 2 = 16
8 x 3 = 24
8 x 4 = 32
8 x 5 = 40
จนถึง 8x6 = 48 จึงจะได้ผลคูณเป็น 48
การท่องสูตรคูณในลักษณะนี้ แม้จำสูตรคูณได้ทั้งหมดก็ไม่ช่วยให้คูณเลขได้เร็ว เพราะไม่สามารถเข้าถึงคู่ที่ต้องการได้ทันที หากต้องการคูณเลขเร็วสิ่งแรกที่ต้องทำคือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจำสูตรคูณ โดยฝึกจำสูตรคูณเป็นคู่ ๆ อย่างเป็นอิสระต่อกัน สามารถเข้าถึงได้ทันที
ตัวอย่าง
67 x 53 = ?
| ใส่ 0 ไว้หน้าตัวตั้งเท่ากับจำนวนหลักของตัวคูณ ตัวอย่างนี้ใส่ 0 ไว้หน้าตัวตั้ง 2 ตัวเพราะตัวคูณเป็นเลข 2 หลัก วางผลคูณไว้ใต้ตัวตั้ง ผลคูณแต่ละหลักจะตรงกับหลักของตัวตั้งที่ใช้ในการหาผลคูณ |
คู่แรกคือคู่นอก เกิดจากตัวตั้งที่อยู่เหนือตำแหน่งคำตอบจับคู่กับตัวสุดท้ายของตัวคูณ
ตามตัวอย่างนี้คู่นอกคือ 7 x 3 = 21
คู่ที่สองคือคู่ใน เกิดจากตัวตั้งที่อยู่ถัดไปทางขวาของคู่แรกจับคู่กับตัวคูณที่อยู่ถัดไปทางซ้ายของคู่แรก
คู่ในคือ 0 x 5 = 0
นำผลคูณของสองคู่มาบวกกัน 21 + 0 = 21
ถ้าได้เป็นเลขสองหลักให้ใส่หลักหน่วยและทดหลักสิบไปตำแหน่งถัดไป
ใส่ 1 ที่ตำแหน่งแรกของคำตอบ(หลักหน่วย) แล้วทด 2 ไปหลักถัดไป
เลื่อนตำแหน่งตัวตั้งของคู่นอกไปหลักถัดไป (เลื่อนไปทางซ้าย)
คู่ในถูกเลื่อนตามไปด้วย
คู่นอกคือ 6 x 3 = 18
คู่ในคือ 7 x 5 = 35
นำผลคูณของสองคู่มาบวกกัน 18 + 35 = 53
นำ 2 ที่ทดมาจากหลักทางขวามาบวกด้วย 53 + 2 = 55
ใส่ 5 แล้วทด 5 ไปหลักถัดไป
เลื่อนตำแหน่งตัวตั้งของคู่นอกไปหลักถัดไป (เลื่อนไปทางซ้าย)
คู่ในถูกเลื่อนตามไปด้วย
คู่นอกคือ 0 x 3 = 0
คู่ในคือ 6 x 5 = 30
นำผลคูณของสองคู่มาบวกกัน 0 + 30 = 30
นำ 5 ที่ทดมาจากหลักทางขวามาบวกด้วย 30 + 5 = 35
ใส่ 5 แล้วทด 3 ไปหลักถัดไป
คู่ในถูกเลื่อนตามไปด้วย
คู่นอกคือ 0 x 3 = 0
คู่ในคือ 6 x 5 = 30
นำผลคูณของสองคู่มาบวกกัน 0 + 30 = 30
นำ 5 ที่ทดมาจากหลักทางขวามาบวกด้วย 30 + 5 = 35
ใส่ 5 แล้วทด 3 ไปหลักถัดไป
เลื่อนตำแหน่งตัวตั้งของคู่นอกไปหลักถัดไป (เลื่อนไปทางซ้าย) คู่ในถูกเลื่อนตามไปด้วย
คู่นอกคือ 0 x 3 = 0
คู่ในคือ 0 x 5 = 0
นำผลคูณของสองคู่มาบวกกัน 0 + 0 = 0
นำ 3 ที่ทดมาจากหลักทางขวามาบวกด้วย 0 + 3 = 3
ใส่ 3 ที่ตำแหน่งสุดท้ายของคำตอบ
คู่นอกคือ 0 x 3 = 0
คู่ในคือ 0 x 5 = 0
นำผลคูณของสองคู่มาบวกกัน 0 + 0 = 0
นำ 3 ที่ทดมาจากหลักทางขวามาบวกด้วย 0 + 3 = 3
ใส่ 3 ที่ตำแหน่งสุดท้ายของคำตอบ
ณ ตำแหน่งสุดท้าย ตัวตั้งเป็น 0
ดังนั้นผลคูณของคู่นอก และคู่ในเป็น 0
คำตอบของตำแหน่งสุดท้ายคือเลขที่ทดมาจากตำแหน่งก่อนตำแหน่งสุดท้าย ดังนั้นไม่จำเป็นต้องเลื่อนไปถึงตำแหน่งสุดท้ายณ ตำแหน่งก่อนตำแหน่งสุดท้าย
ให้ใส่ผลบวกทั้งหมดคือ 35 โดยไม่ต้องทด
คำตอบของ 67 x 53 คือ 3551
|
วิธีคูณสั้นตามตัวอย่างนี้สามารถประยุกต์ใช้กับตัวตั้งกี่หลักก็ได้ จำนวนหลักของตัวตั้งที่มากขึ้นหมายถึง จำนวนคู่นอก คู่ในที่ต้องคำนวณมากขึ้น
ขอขอบคุณ
ที่มา http://www.mathsmethod.com/speedup-multiply-short-method.php






ดูอันนี้แล้วผมหายโง่ไปเยอะเลยครับ
ตอบลบทำให้เข้าใจการคูณมากขึ้น
ตอบลบเน้ือหาเข้าใจง่ายมากค่ะ
ตอบลบเข้าใจง่ายดีค่ะ
ตอบลบ